Q&A โรคกระดูกสันหลังเสื่อม ทุกคนสามารถเป็นได้
ศูนย์ : ศูนย์กระดูกสันหลัง
บทความโดย : นพ. บดินทร์ วโรดมวนิชกุล
ปัจจุบันพบโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ หรือการยกของหนักที่ฝืนร่างกาย จนทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากคุณเริ่มมีอาการ ปวดหลังร้าวลงขา ปวดคอร้าวลงแขน หรือมือเท้าอ่อนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจอาการทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจรุนแรงถึงขั้นกระดูกทรุดหรือทับเส้นประสาทจนกลั้นขับถ่ายไม่ได้ ทั้งนี้การรักษาไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป หากตรวจพบเร็วและปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กลับมาได้อีกครั้ง
โรคกระดูกสันหลังเสื่อมไม่ได้เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น โดยทั่วไปโรคนี้พบได้ในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเริ่มพบในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีมากขึ้น ซึ่งหากพบว่าตัวเองมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ มีอาการปวดหลังร้าวลงขา ปวดคอร้าวลงแขน หรือมีอาการมือ แขน เท้า อ่อนแรง ให้รีบเข้ามาพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้นานอาการรุนแรงถึงขั้นกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือทรุดได้
นอกจากนี้ การทำความเข้าใจโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุ อาการ หรือวิธีรักษากระดูกสันหลังเสื่อม ก็จะช่วยให้รู้เท่าทันโรค ทั้งยังช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
สารบัญ
- โรคกระดูกสันหลังเสื่อมคืออะไร ?
- ใครเสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมบ้าง ?
- สาเหตุใดบ้างที่ทำให้เกิดกระดูกสันหลังเสื่อม ?
- อาการที่บ่งบอกว่ากระดูกสันหลังเสื่อมมีอะไรบ้าง ?
- จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ?
- กระดูกสันหลังเสื่อมต้องผ่าตัดหรือไม่ ?
- กระดูกสันหลังเสื่อมแค่ไหนต้องผ่าตัด ?
- การเตรียมความพร้อมก่อน-หลังผ่าตัดต้องปฏิบัติอย่างไร ?
- ติดต่อสอบถามและนัดหมายบริการ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
- ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
Q: โรคกระดูกสันหลังเสื่อมคืออะไร ?
A: โรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือภาวะที่โครงสร้างของกระดูกสันหลังเกิดความเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพลงตามอายุที่มากขึ้น หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยทำให้บริเวณข้อต่อ (Facet Joint) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมกระดูกสันหลังชิ้นบนและชิ้นล่างทรุดตัว รวมถึงเส้นเอ็น และกล้ามเนื้อหลังขาดความยืดหยุ่น แข็งตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว
อีกทั้งเมื่อข้อต่อนี้เสื่อมลงจะทำให้กระดูกแต่ละชิ้นอยู่ชิดกันมากเกินไป จนเริ่มส่งผลให้เกิดอาการปวดลึก ๆ ภายในข้อ ซึ่งผู้ป่วยมักจะระบุตำแหน่งที่ปวดได้ชัดเจน
หลายคนอาจยังสับสนว่า ระหว่างโรคกระดูกสันหลังเสื่อมต่างกับหมอนรองกระดูกเสื่อมอย่างไร โดยทั้ง 2 ภาวะมีจุดที่แตกต่างกัน คือ
- หมอนรองกระดูกเสื่อม จะเป็นการเสื่อมสภาพของตัวหมอนที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจเกิดการปลิ้นหรือยุบตัว
- โรคกระดูกสันหลังเสื่อม เป็นความเสื่อมสภาพแบบภาพรวม ทั้งข้อต่อทรุดตัว เส้นเอ็นแข็งตัว และการงอกของกระดูก ซึ่งมักเกิดขึ้นตามมาหลังจากหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพลง
อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้กระดูกสันหลังทรุดตัวหรือมีกระดูกงอกไปทับเส้นประสาทและไขสันหลัง อาจนำไปสู่อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ แขนหรือขาลีบ และในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือการสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
Q: ใครเสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมบ้าง ?
A: ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม สามารถเกิดได้กับทุกคน โดยจะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 20 ปีเป็นต้นไป แต่อัตราความเร็วจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล ดังนี้
- วัยทำงาน (30-40 ปี) เป็นกลุ่มที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมการทำงานที่ต้องนั่งหรือยืนเป็นเวลานานหลายชั่วโมง
- ผู้สูงอายุ (40 ปีขึ้นไป) พบได้เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความเสื่อมของร่างกายตามกาลเวลา
ทั้งนี้ ตำแหน่งที่พบบ่อย มักเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ เช่น กระดูกสันหลังส่วนคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอว
Q: สาเหตุใดบ้างที่ทำให้เกิดกระดูกสันหลังเสื่อม ?
A: โรคกระดูกสันหลังเสื่อม มีสาเหตุหลักมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้กระดูกหลังเสื่อมเร็วขึ้น โดยที่สามารถพบได้เป็นหลัก คือ
พฤติกรรมการใช้ชีวิต- ใช้งานเกินกำลัง เช่น การยกของหนักต่อเนื่อง หรือการก้มเงยบ่อย ๆ
- นั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ หรือยืนทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ทำให้แรงกดทับสะสมที่ข้อต่อกระดูกสันหลัง
- ไลฟ์สไตล์ เช่น การสูบบุหรี่ ซึ่งลดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก และการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
โรคกระดูกหลังเสื่อม ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น ซึ่งที่สามารถพบได้เป็นหลัก คือ
- อุบัติเหตุ เคยได้รับความบาดเจ็บโดยตรงต่อกระดูกสันหลัง
- โรคประจำตัว หรือการติดเชื้อ เช่น วัณโรคกระดูกสันหลัง หรือโรคมะเร็งที่กระจายมายังกระดูกสันหลัง
- พันธุกรรม การมีโครงสร้างกระดูกสันหลังที่อ่อนแอกว่าปกติมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งต่อผ่านความสัมพันธ์ทางสายเลือดของคนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ลูก พี่ และน้อง
Q: อาการที่บ่งบอกว่ากระดูกสันหลังเสื่อมมีอะไรบ้าง ?
A: อาการที่บ่งบอกว่ากระดูกสันหลังเสื่อมจะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่
อาการกระดูกสันหลังเสื่อมระยะเริ่มแรกในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหลังหรือปวดคอแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานหรือขยับตัว โดยมีอาการที่พบได้บ่อย คือ
- ปวดลึกภายใน รู้สึกปวดเสียวหรือขัด ๆ ภายในข้อกระดูก
- หลังแข็ง ก้มหลังได้น้อยลง เคลื่อนไหวไม่คล่องตัวเหมือนเดิม
- กล้ามเนื้อหดเกร็ง อาจเกิดการปวดหลังจากการที่กล้ามเนื้อพยายามป้องกันการเคลื่อนไหวของข้อต่อที่เสื่อม
หากความเสื่อมรุนแรงจนกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง จะพบอาการ ดังนี้
- ส่วนคอ ปวดคอร้าวลงแขน ชาที่มือหรือแขน หยิบจับของลำบาก
- ส่วนเอว ปวดหลังร้าวลงขา ชาเท้า เดินได้ไม่ไกลต้องหยุดพัก
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการวินิจฉัยทันที
- กล้ามเนื้อแขน หรือเท้าอ่อนแรง อย่างเห็นได้ชัด
- เดินลำบาก ทรงตัวไม่อยู่
- สูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ?
A: การวินิจฉัยที่แม่นยำมีความสำคัญต่อการเลือกวิธีรักษากระดูกสันหลังเสื่อมอย่างเหมาะสม โดยศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน แพทย์จะดำเนินการ ดังนี้
- การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์เฉพาะทางจะตรวจหาจุดที่ปวด ระบุตำแหน่งที่ข้อต่อเสื่อม และทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ
- การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัย สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว เห็นภาพทั้งหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และเนื้อเยื่อรอบข้างอย่างละเอียด ช่วยบอกขอบเขตของโรคได้อย่างตรงจุด
- การตรวจเอกซเรย์ หรือ CT Scan เพื่อดูโครงสร้างกระดูกและตำแหน่งของกระดูกงอก ในบางกรณี ทั้งยังช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งในการผ่าตัดกระดูกสันหลังเสื่อมในขั้นตอนการรักษาด้วยการผ่าตัด
Q: กระดูกสันหลังเสื่อมต้องผ่าตัดหรือไม่ ?
A: การรักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อมจะแตกต่างกันตามความรุนแรง โดยวิธีจะขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และผลตรวจ MRI ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้
Q: กระดูกสันหลังเสื่อมแค่ไหนต้องผ่าตัด ?
A: การผ่าตัดกระดูกสันหลังเสื่อมเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง และมีข้อบ่งชี้ของการผ่าตัด ได้แก่ อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนหรือขา มีความผิดปกติต่อระบบขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ซึ่งการผ่าตัดมีหลายประเภท เช่น การผ่าตัดเชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลังหรือการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม โดยวิธีการผ่าตัดแบ่งออกได้เป็น ดังนี้
- การผ่าตัดเชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) หรือการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว (TLIF) เป็นการรักษาโดยการตรึงกระดูกสันหลังเข้าด้วยกันผ่านทางแผลผ่าตัดขนาดเล็ก โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นำวิถี (O-arm Navigation) มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัด
- การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม (Artificial Disc Replacement) เป็นการผ่าตัดผ่านทางกล้อง Microscope เพื่อนำหมอนรองกระดูกที่เสื่อมหรือเสียหายออก และแทนที่ด้วยหมอนรองกระดูกเทียม หรือใช้เป็นชิ้นส่วนกระดูกของผู้ป่วยเองก็ได้ การผ่าตัดนี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาความสามารถในการเคลื่อนที่
- การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Discectomy) แพทย์มักแนะนำวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทที่รุนแรง เช่น ผู้ป่วยมีอาการแสดงออกของเส้นประสาทถูกกดทับ ได้แก่ กล้ามเนื้อขาลีบ ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือระบบควบคุมการขับถ่ายสูญเสียไป โดยแพทย์จะสอดกล้องเอ็นโดสโคปผ่านทางแผลผ่าตัด ขนาด 8 มิลลิเมตร เข้าไปยังเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับอยู่โดยตรง โดยไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก เป็นต้น
Q: การเตรียมความพร้อมก่อน-หลังผ่ากระดูกสันหลังเสื่อมต้องปฏิบัติอย่างไร ?
สำหรับการปฏิบัติตนก่อนและหลังการเข้ารับการผ่าตัดมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้ี
- ก่อนผ่าตัด ตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด ปรับยาประจำตัวตามคำแนะนำแพทย์ และเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อม
- หลังผ่าตัด ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน มีเทคนิคการลดปวดหลังผ่าตัดที่ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลังออกจากโรงพยาบาล
- การฟื้นตัว ควรออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกข้ออื่นเสื่อมตามมาในอนาคต
โรคกระดูกสันหลังเสื่อม อาจจะไม่ทำให้เกิดอาการก็ได้ หรืออาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาได้ ฉะนั้นหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับหลัง ให้เข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแรก ด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น
ติดต่อสอบถามและนัดหมายบริการ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
สำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพหลัง ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือสงสัยภาวะโรคกระดูกสันหลังเสื่อม สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยี MRI หรือปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เพื่อการวางแผนรักษาที่เหมาะสม
เวลาทำการ ศูนย์กระดูกสันหลัง- วันจันทร์-วันอาทิตย์ : ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น.
- ศูนย์กระดูกสันหลัง : โรงพยาบาลนครธน ชั้น 2
ช่องทางการนัดหมายและสอบถามรายละเอียด
ปรึกษาเจ้าหน้าที่เบื้องต้นเกี่ยวกับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือจองคิวพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง เพื่อประเมินอาการหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้ที่
- - Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- - LINE Official: @nakornthon
- - Tel: 02-450-9999 ต่อ 1148-1149
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์กระดูกสันหลัง
